วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

บำรุงผิวให้ตรงจุด ด้วยวิตามินบำรุงผิว 4 ชนิดที่ไม่ควรพลาด

การบำรุงผิวของแต่ละคนให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน เพราะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้ด้วย ทั้งนี้วิตามินแต่ละชนิดที่อยู่ในครีมหรือสกินแคร์ที่เลือกใช้ก็มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวที่ไม่เหมือนกัน วันนี้เราก็นำวิตามินบำรุงผิวแต่ละชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยในการดูแลผิว และแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผิวมาฝากสาวๆ ทุกคน แต่ละชนิดมีดีอย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ



1.วิตามินเอ
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารวิตามินเอ จะช่วยบำรุงผิวในเรื่องของการช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัยได้ ดังนั้นใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอย สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารชนิดนี้ เพราะนอกจากมันจะช่วยลดริ้วรอยแล้ว ยังช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดรอยดำบนผิวหน้า ลดรอยแผลเป็นให้จางลง อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสในการเกิดสิวด้วย


2.วิตามินบี 3
ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินบี 3 จะช่วยในเรื่องของการปรับสภาพผิว ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือสกินแคร์ที่มีวิตามินบี3 จึงมีคุณสมบัติช่วยในการควบคุมความมันบนผิวหน้า ซึ่งความมันถือเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว และยังช่วยป้องกันการเกิดรอยดำบนผิวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยชะลอการลำเลียงของสารเมลานินที่เข้าสู่ผิวได้ด้วย


3.วิตามินซี
วิตามินซีถือเป็นวิตามินบำรุงผิวที่สาวๆ หลายคนชื่นชอบ เพราะเป็นวิตามินที่ช่วยบำรุงผิวได้แทบจะครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีจึงให้ผลลัพธ์แก่ผิวในหลายๆ ด้าน เช่น ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว และช่วยลดรอยดำบนผิวหน้า รวมทั้งช่วยให้แผลเป็นบนผิวจางลงอย่างเห็นได้ชัด


4.วิตามินอี
ในส่วนของวิตามินบำรุงผิวอย่างวิตามินอีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ในการบำรุงผิวนั้น มีคุณสมบัติช่วยในการสร้างความชุ่มชื่นให้กับผิว ช่วยในการป้องกันผิวจากมลภาวะและสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อผิว หรือที่เราเคยได้ยินบ่อยๆ ในการทำให้ผิวตึงเครียดนั่นเอง และที่สำคัญวิตามินอียังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งให้ความเหมาะสมทั้งกับผิวแห้งและผิวแพ้ง่ายอีกด้วย
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาสก์หน้าที่เราใช้ ๆ กันนั้นมีกี่ประเภท 


วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2563

มาสก์หน้าที่เราใช้ ๆ กันนั้นมีกี่ประเภท ?


มาสก์หน้าที่เราใช้ ๆ กันอยู่ มีอยู่หลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็ใช้งานต่างกัน รวมถึงแต่ละสภาพผิวด้วย


1.มาสก์หน้าแผ่นแบบลอกออก
สภาพผิวที่เหมาะกับมาส์กหน้าแผ่นแบบลอกออก : ผิวแห้ง

มาส์กหน้าแผ่นแบบลอกออก เป็นมาสก์ที่ถือว่าใช้ง่ายที่สุดแล้วก็ว่าได้ ทำจากวัสดุหลายแบบ ซึ่งมีทั้งแบบแผ่นผ้าบาง ๆ แผ่นเจล แผ่นพลาสติก วิธีใช้แค่กางแผ่นมาส์กออกมา แล้ววางบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีขึ้นอยู่กับแต่ละสูตร จากนั้นก็ลอกออก

2.มาส์กหน้าแบบโคลน
สภาพผิวที่เหมาะกับมาส์กหน้าแบบโคลน : ผิวธรรมดา ผิวมัน

ไม่ค่อยเหมาะกับคนที่มีผิวหน้าแห้ง เพราะโคลนจะดูดน้ำที่อยู่บนผิวหน้าของเราออกไปในปริมาณที่มาก อย่างไรก็ดี คนที่มีผิวธรรมดา หรือผิวมันก็ไม่ควรปล่อยทิ้งโคลนเอาไว้นานเกินจนแห้งแตกเพราะจะทำให้ผิวแห้ง แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของมาสก์หน้าโคลนก็คือ เมื่อมันแห้ง โคลนจะดูดจับเอาความมันส่วนเกิน สิ่งสกปรก และฝุ่นละอองที่ติดอยู่ตามรูขุมขนออกให้ ทำให้ผิวหน้าได้รับการทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก

3.มาส์กหน้าครีม
สภาพผิวที่เหมาะสมกับมาสก์หน้าครีม : ผิวแห้ง ผิวธรรมดา

ด้วยความที่เป็นเนื้อครีมที่มีความเข้มข้นและค่อนข้างเหนียว จึงไม่เหมาะกับคนที่มีผิวมัน คุณสมบัติที่ดีของมาส์กหน้าครีมก็คือ ช่วยให้สารบำรุงในเนื้อครีมเข้าซึมเข้าสู่ผิวหน้าได้ดี ให้ความชุ่มชื่น และทำให้ผิวหน้านุ่ม ดูเต่งตึง นอกจากนี้มาส์กหน้าครีมยังแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

4.มาสก์หน้าครีมแบบพอกแล้วล้างออก – ใช้คล้าย ๆ กับมาสก์หน้าแผ่นแบบลอกออก คือ ทามาส์กหน้าครีมทิ้งไว้ แล้วล้างออก
มาสก์หน้าครีมแบบทิ้งไว้ได้ทั้งคืน (sleeping mask) – ใช้สะดวก คล้ายกับทาครีมบำรุง เพราะสามารถเข้านอนได้เลยโดยไม่ต้องล้างออก
มาส์กหน้าแบบร้อน
สภาพผิวที่เหมาะสมกับมาส์กหน้าแบบร้อน : ผิวมัน

เวลาใช้ต้องใช้มือค่อย ๆ ถูนวดไปทั่วใบหน้าระหว่างที่ใช้มาสก์หน้า ซึ่งช่วยให้สามารถจัดการกับสิ่งสกปรกต่าง ๆ บนใบหน้าได้ดี และช่วยให้รูขุมขนเปิด ดังนั้นเมื่อรูขุมขนเปิด จึงทำให้ผิวหน้ารับเอาออกซิเจนเข้าสู่ผิวมากขึ้น และเวลามาสก์หน้าจะค่อย ๆ ร้อน ๆ ขึ้น

5.มาส์กหน้าธรรมชาติ
สภาพผิวที่เหมาะกับมาส์กหน้าธรรมชาติ : ทุกสภาพผิว ขึ้นอยู่กับแต่ละสูตร

มาส์กหน้าธรรมชาติ ก็คือ มาสก์หน้าที่ผสมขึ้นจากส่วนประกอบจากธรรมชาติ เช่น แตงกวา น้ำผึ้ง โยเกิร์ต น้ำมันมะกอก เป็นต้น แต่จะใช้อะไรบ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการบำรุงในเรื่องอะไร ข้อดีของมาส์กหน้าธรรมชาติ ก็คือค่อนข้างปลอดภัยจากอาการแพ้ เพราะเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ แต่ข้อเสียก็คือ อาจจะไม่เห็นผลได้อย่างชัดเจนในครั้งแรก จะต้องหมั่นมาส์กหน้าเป็นประจำสักระยะหนึ่ง

6.มาส์กหน้าน้ำมัน
สภาพผิวที่เหมาะกับมาส์กหน้าน้ำมัน : ผิวแห้ง

มาส์กหน้าน้ำมันมักจะพบได้ตามสปาต่าง ๆ ช่วยให้ใบหน้าชุ่มชื่น เนียนนุ่ม และกระชับผิว พร้อมกับช่วยดูแลเรื่องปัญหาผิวได้อีกด้วย

7.มาสก์หน้าเจล
สภาพผิวที่เหมาะกับมาส์กหน้าเจล : ผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวมัน และผิวแพ้ง่าย

มาส์กหน้าเจลมักใช้เพื่อรักษาอาการแพ้ หรือรักษาอาการผิวไหม้จากแดด เพราะเนื้อเจลจะบางกว่ามาส์กอื่น ๆ และไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ทั้งยังให้ความรู้สึกเย็นสบายอีกด้วย
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สกินแคร์สำหรับผิวแห้ง ให้ผิวเด้งดูอิ่มฟู ไม่เหี่ยวแน่นอน


วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

สกินแคร์สำหรับผิวแห้ง ให้ผิวเด้งดูอิ่มฟู ไม่เหี่ยวแน่นอน

Review สกินแคร์สำหรับผิวแห้ง ให้ผิวเด้งดูอิ่มฟู ผิวดูชุ่มชื่นสุดๆ
สกินแคร์สำหรับผิวแห้ง สาวๆหลายคนคงเจอปัญหาหน้าแห้งแน่นอน อาจเป็นเพราะเรานอนดึก บำรุงผิวไม่เพียงพอ ใช้สกินแคร์ผิดวิธีบ้างแหละ วันนี้มีสกินแคร์มาแนะนำสาวๆสำหรับคนที่หน้าโทรม หน้าแห้ง ให้กลับมาอิ่มฟู ชุ่มชื่น ลืมไปเลยว่าเคยหน้าแห้ง

1.น้ำตบเห็ดตัวดังจากแบรนด์ Origins



ตัวนี้จะช่วยปลอมโปลมผิวจากอาการแพ้หรือเกิดการอักเสบของผิว และยังช่วยทำให้ผิวแข็งแรงอีกด้วย แรกๆจะยังไม่เห็นผลอะไรมาก แต่พอใช้ไปเรื่อยๆมันค่อยๆช่วยทำให้ผิวเราแข็งแรงขึ้นจริงๆ ที่เคยเป็นผดผื่นง่ายๆก็คือดีขึ้นมากก ใครที่ซื้อมาแล้วช่วงแรกๆยังไม่เห็นผล อย่าเพิ่งเลิกใช้น้องเห็ดน้าา ลองใช้ไปเรื่อยๆแล้วจะเห็นถึงผลลัพธ์ที่
ดีจริงๆ

2.วิตามินซีในรูปแบบหลอด Melano CC Essence


ตัวนี้มีรางวัล การันตีขายดีอันดับ 1 ที่ญี่ปุ่นเลยเปิดใจลองอีกครั้ง แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ผลคือเรื่องของรูขุมขนกระชับขึ้น ลดรอยแดงจากสิว แล้วก็สีผิวสว่างขึ้น เอาจริงๆไม่รู้ตัวว่าผิวมันใสขึ้น จนมารู้ตัวอีกทีคือรองพื้นที่ใช้อยู่มันผิดสี เลยแบบรู้ละ ตัวนี้แน่ๆ

3.Hada Labo Premium Lotion



พรี่เมี่ยมสมชื่อจริงๆตัวนี้ น้องคือตัวช่วยกู้หน้าโทรมของเราให้เหมือนเป็นคนที่นอนครบ 8 ชม. ต่อวันจริงๆ ใช้มานานมากแล้วตัวนี้ เค้าช่วยเรื่องผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น เราชอบโบกตอนกลางคืนเยอะๆๆ ตื่นมาคือหน้าฉ่ำฟูมากกก ไม่ว่าจะนอนตีสอง ตีสาม ตื่นมาก็ยังดูสดใสอ่ะ

4.Clinique Moisture Surge Extended Replenishing Hydrator





เค้าเคลมว่ากักเก็บความชุ่มชื้นบนใบหน้าได้นานถึง 72 ชั่วโมง ส่วนตัวเราก็ไม่รู้หรอกนะว่าถึงรึเปล่า แต่ที่ใช้แล้วชอบเลยคือเนื้อสัมผัสเค้าดีมากก ใช้แล้วเหมือนมันเคลือบผิวเราให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่เหนียวเนอะหนะยิ่งใช้ก่อนแต่งหน้ายิ่งดี ทำให้แต่งหน้าต่อได้ง่ายมากๆ

5.Eucerin Pro Acne Solution A.I. Clearing Treatment



ตัวช่วยเรื่องสิวที่ดีที่สุดตั้งแต่ใช้มา Eucerin ตัวนี้คือเหมาะสำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ จะใช้ช่วงที่สิวขึ้นเยอะๆๆ เน้นทาตอนกลางคืน พอใช้แล้วสิวมันก็ค่อยๆหายไปเองอ่ะ คือมันดีแบบดีมากจริงๆ อันนี้คือให้ลูกรักอันดับ1

ติดตามอ่านเพิ่ม  สกินแคร์สำหรับผิวแห้ง หรือ ที่นี่ ก็ได้เลยคร่าาา

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2563

เกาหลีเหนือพร้อมมี "ผู้นำสตรี" แล้วหรือไม่?


รายงานข่าวเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และการที่ไม่มีใครเห็นหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แม้แต่ในพิธีฉลองครบรอบ 108 ปี ของ คิม อิลซุง ผู้เป็นปู่และผู้สร้างชาติ ที่ยังไม่มีใครทราบแน่นอนว่าเกิดอะไรขึ้น เริ่มนำไปสู่คำถามว่าใครจะขึ้นมานำประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้ หาก คิม จองอึน จากไป และหนึ่งในชื่อที่มีคนเริ่มพูดถึงคือ คิม โยจอง น้องสาวของผู้นำคนปัจจุบันนั่นเอง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คิม โยจอง แสดงบทบาทในการร่วมงานกับพี่ชายมากขึ้น และเริ่มแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงก็มีส่วนร่วมในการเมืองเกาหลีเหนือได้ ถ้าเป็นสายเลือดเดียวกับผู้ก่อตั้งประเทศ แม้จะเป็นที่ทราบกันว่าผู้หญิงในเกาหลีเหนือนั้นมีบทบาทที่จำกัด และผู้ชายคือผู้ที่ควบคุมทุกอย่าง
สำหรับผู้หญิงในวัน 30 ต้นๆ คิม โยจอง แสดงให้เห็นหลายครั้งว่า เธอมีความสามารถและความพร้อมที่จะดูแลประเทศที่ปู่ของเธอสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดังเช่น การที่เธอยืนเคียงข้างพี่ชายในระหว่างการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง โดยได้นั่งข้างรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์
หรือการเป็นตัวแทนเกาหลีเหนือในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 และการเป็นตัวแทนตระกูลคิมคนแรกที่เยือนกรุงโซล เพื่อส่งมอบสารเชิญจาก คิม จองอึน แก่ประธานาธิบดี มูน แจอิน มาร่วมการประชุมสูงสุด
และเมื่อไม่นานมานี้เอง คิม โยจอง ตอบจดหมายของปธน.ทรัมป์ ที่เสนอให้ความช่วยเหลือเรื่องการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเธอได้ตอบ ว่า “ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างผู้นำทั้งสองยังไม่เพียงพอที่จะช่วยยุติความเป็นศัตรูระหว่างสองประเทศได้ แต่เธอหวังว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ จะพัฒนาไปสู่ระดับที่ดีเหมือนที่ คิม จองอึน และ โดนัลด์ ทรัมป์ มีต่อกัน ... โดยเกาหลีเหนือจะไม่เสียเวลา แต่จะมุ่งพัฒนาความสามารถของประเทศให้ยิ่งใหญ่ต่อไป”
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงถกเถียงกันว่า เธอมีสิทธิ์และโอกาสจะได้ขึ้นมาเป็นผู้นำเต็มตัวได้หรือไม่
ยู โฮโยล ซึ่งสอนวิชาเกาหลีเหนือศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกาหลี และเคยเป็นที่ปรึกษากระทรวงรวมชาติและกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ เชื่อว่า อย่างมาก คิม โยจอง คงได้เป็นแค่ผู้สำเร็จราชการ เพราะไม่เพียงแต่บรรดาผู้บริหารรัฐบาลที่มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่จะต่อต้านการขึ้นสู่อำนาจของเธอ คนทั่วไปในเกาหลีเหนือก็จะไม่เห็นด้วยง่ายๆ เช่นกัน
แต่ ซู คิม นักวิเคราะห์ด้านนโยบายและผู้เชี่ยวชาญประเด็นเรื่องความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี จาก Rand Corp มองว่า คิม โยจอง มีส่วนร่วมในการบริหารประเทศมาเกือบทศวรรษ และเตรียมพร้อมที่จะรับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดมาตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากวันหนึ่ง เธอจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำจริงๆ
อันที่จริง นอกจาก คิม โยจอง แล้ว มีตัวเลือกอื่นๆ ที่อาจจะขึ้นมานำเกาหลีเหนือได้ อาทิ น้องชายคนเล็ก คิม จองโชล ซึ่งไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองและไม่มีตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาล รวมทั้งดูจะสนใจเรื่องการเล่นกีตาร์มากกว่าการเมือง หรือ หลานชายของ คิม จองอึน ซึ่งก็คือ คิม ฮันโซล ซึ่งแสดงความชังเกาหลีเหนือ และเชื่อว่าใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศในเวลานี้ หรือแม้แต่ บุตรชายวัย 10 ปี ของผู้นำคนปัจจุบัน ซึ่งสื่อรัฐของเกาหลีเหนือไม่เคยพูดถึงเท่าใดเลย
แท ยองโฮ ซึ่งเคยเป็นอดีตเบอร์สองของสถานทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงลอนดอน และแปรพักตร์ไปอยู่เกาหลีใต้แล้ว ให้สัมภาษณ์กับสื่อวิทยุแห่งหนึ่งว่า อีกคนที่อาจขึ้นมาแทน คิม จองอึน คือ คิม เปียงอิล ซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ของผู้ก่อตั้งประเทศ คิม อิลซุง และเพิ่งย้ายกลับมาที่เกาหลีเหนือเมื่อปีที่แล้ว หลังทำหน้าที่นักการทูตอยู่ต่างประเทศมาถึง 4 ทศวรรษ
อย่างไรก็ดี คิม โยจอง ผู้ได้รับการศึกษาที่กรุงเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์เหมือนพี่ชาย ก่อนจะกลับมาศึกษาต่อที่เกาหลีเหนือในปี ค.ศ. 2000 ยังดูมีภาษีเหนือกว่าคนอื่นๆ มาก โดยเฉพาะเมื่อเธอเข้าร่วมงานที่ Party Propaganda and Agitation Department และมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลภาพลักษณ์ของผู้นำ ซึ่งเป็นงานคล้ายๆ กับที่ คิม จองอิล บิดาของเธอและอดีตผู้นำ เคยทำ ก่อนที่จะปรากฏกายข้างพี่ชายในกิจการต่างๆ ทั้งการเยี่ยมชมโรงงาน พื้นที่เกษตร และหน่วยทหาร ก่อนจะเข้าร่วมงานสำคัญๆ ระดับนานาชาติภายหลัง
ชุน ยุงวู อดีตผู้แทนพิเศษเกาหลีใต้เจรจาประเด็นนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ กล่าวว่า จุดยืนของ คิม โยจอง ในเวลานี้ ยืนยันว่า เธอไม่ใช่เพียงผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เป็นหนึ่งในผู้นำที่มีความชอบธรรมที่จะนำประเทศ แม้แต่ในเกาหลีเหนือที่ผู้ชายเป็นใหญ่ แต่สายเลือดของเธอและบทบาทในพรรคคนงานเกาหลีที่นำการปกครองประเทศ คือ สิ่งที่ชี้ว่า คิม โยจอง มีโอกาสขึ้นมาเป็นที่หนึ่งในอนาคตได้

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2563

ลูกชายป่วยโรคร้ายอุ้มแม่วัย 92 ออกจากบ้าน สุดทนพี่เขยใจดำ หุงข้าวยังไม่ให้ใช้ไฟฟ้า


(20 เม.ย.63) เมื่อเวลา 14.00 น. นายสุริยัน อาจแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดชัยนาท พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยนาท จนท.เทศบาลตำบลบ้านเชี่ยน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ ห้องเช่าเลขที่ 40 หมู่ 2 ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา หลังรับแจ้งว่า นางผิน นิ่มนวล อายุ 92 ปี พิการทางการเคลื่อนไหว เนื่องจาก สะโพกหลุด และนายวีระพล นิ่มนวล อายุ 48 ปี สองแม่ลูกที่ถูกลูกเขย ไล่ออกมาจากบ้าน หอบข้าวหอบของ มาอยู่ที่ห้องเช่า มีเงินติดตัวกันมาแค่ 1,000 บาทเท่านั้น
เบื้องต้นได้นำข้าวสารอาหารแห้ง ไข่ไก่ พร้อมให้กำลังใจ และดำเนินการให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง จำนวนเงิน 3,000 บาท และประสานให้ ผู้นำชุมชน เข้ามาดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด
นายวีระพล นิ่มนวล เปิดเผยว่า แม่สะโพกหลุด เดินไม่ได้มา 6 ปี ทำให้ตนต้องกลับจากหาดใหญ่ มาอยู่บ้านเพื่อดูแลแม่ ซึ่งที่ดินที่อยู่เป็นที่ของแม่ ในพื้นที่ตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท แต่ต่อมายกที่ดินให้บุตรสาวคนโต และได้ให้นางผินอาศัยอยู่เพิงสังกะสี เป็นกระต๊อบเล็กๆ อาศัยอยู่ข้างบ้านบนที่ดินที่แม่ยกให้ แต่ต้องจ่ายให้พี่เดือนละ 800 บาท โดยเจียดค่าเบี้ยคนพิการของแม่ให้แต่ก็ยังทำให้พี่เขยไม่พอใจ คอยสอดส่องว่าเราใช้ไฟทำอะไรบ้าง กลัวว่าแม่จะเอาที่ดินคืน ก่อนที่จะทะเลาะกัน ล่าสุดมาดึงปลั๊กที่ต้นทางออก แล้วพี่สาวมาบอกว่าถ้าจะเสียบหม้อข้าวให้ไปขอไฟบ้านข้างๆ แล้วเราจะให้ไปขอใคร เลยทนไม่ได้ จริงๆ อยากออกมานานแล้วถูกกดดันมานาน แต่เพราะสงสารแม่พิการเดินไม่ได้

รายได้ของครอบครัวมาจากเบี้ยผู้ป่วย จำนวน 500 บาทต่อเดือน เบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการของมารดา และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของตนเองและมารดา รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,900 บาท ตอนนี้รู้สึกสบายใจ ที่ออกมา จ่ายค่าห้องเดือนละ 800 บาท มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท ชาวบ้าน และเจ้าของห้อง เพื่อนบ้านข้างๆ ห้อง เอาเตาแก๊ส เอาข้าวสาร เอาไข่มาให้ เพื่อประทังชีวิต ขอสาบานไว้ที่นี้ว่าจะไม่กลับไปเหยียบบ้านของพี่สาวและพี่เขยอีกแน่นอน
ตอนนี้ไม่ขออะไรมาก แค่อยากให้แม่อยู่สบาย อยากมีที่ดินเล็กๆ ปลูกบ้านเล็กๆ ให้แม่อยู่ ให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก แม้ว่าตัวเองจะป่วยเป็นโรคร้ายแรง แต่ก็จะขอดูแลแม่ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ จะดูแลแม่จนถึงวินาทีสุดท้าย ขอภาวนาให้เราตายทีหลังแม่ เพราะถ้าตัวเองตายไปก็ไม่รู้ว่าใครจะดูแลแม่ต่อ ชีวิตนี้ขอทดแทนคุณให้แม่จนกว่าจะตากจากกันไปข้างหนึ่ง
หากใครอยากช่วยเหลือแม่ลูกคู่นี้ สามารถช่วยเหลือได้ที่ ชื่อบัญชี นายวีระพล นิ่มนวล เลขที่ 020-26912-2048 ธนาคารออมสินสาขาหันคา